สธ. ประกาศความพร้อมประเทศไทย เจ้าภาพ “GWS 2026” ประชุมสุขภาพโลก จ. ภูเก็ต ดัน “Health for Wealth” ขับเคลื่อน New S-Curve เศรษฐกิจไทย
กระทรวงสาธารณสุข ประกาศความพร้อมประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ Global Wellness Summit (GWS 2026) ครั้งที่ 20 ณ จังหวัดภูเก็ต เตรียมต้อนรับผู้นำธุรกิจ นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญกว่า 600 คน จากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Health for Wealth” เชื่อมโยงสุขภาพกับเศรษฐกิจ ยกระดับ 4 อุตสาหกรรมเวลเนสสำคัญของภูเก็ต ได้แก่ โรงแรมและรีสอร์ต สปาและนวดไทย ศูนย์สุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พร้อมผลักดัน “Thailand Wellness” สู่เวทีสากล สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่น ตอกย้ำศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็น Global Wellness Hub อย่างมั่นคง
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า รายงานข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ในปี 2567 ระบุว่า อุตสาหกรรมเศรษฐกิจเวลเนสระดับโลกมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีมูลค่าสูงถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในส่วนของประเทศไทย ตลาดเวลเนส ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งจนก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 24 ของโลก ด้วยมูลค่าตลาดกว่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.45 ล้านล้านบาท) มีอัตราการเติบโต สูงถึง 10.1% ต่อปี นอกจากนี้ ไทยยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) แข็งแกร่งเป็นอันดับที่ 15 ของโลก สะท้อนถึงศักยภาพและความเชื่อมั่นจากนักเดินทางสายสุขภาพทั่วโลก

รัฐบาลมุ่งมั่นขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ หรือ New S-Curve เพื่อสร้างการเติบโตระลอกใหม่ให้กับประเทศ โดยปรับเปลี่ยนมิติการรักษาพยาบาลจากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นงบประมาณภาระค่าใช้จ่าย มาสู่ยุทธศาสตร์ “Health for Wealth” ที่เน้นการนำทุนทางสุขภาพ นวัตกรรมสมุนไพร และภูมิปัญญาไทย มาต่อยอด เป็นผลิตภัณฑ์และบริการสร้างมูลค่าเพิ่มทางการค้าในตลาดโลก
นายพัฒนา กล่าวต่อไปว่า หัวใจสำคัญของการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการจัดงานประชุมระดับสากล แต่คือการขับเคลื่อน New S-Curve ทางเศรษฐกิจผ่านยุทธศาสตร์ Health for Wealth ใช้เวที GWS 2026 เป็นสปริงบอร์ดในการผลักดัน Thai Wellness Soft Power นำวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมมายกระดับนวดไทยและสมุนไพรไทย เพื่อเปลี่ยนภูมิปัญญาให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ที่สำคัญที่สุดคือการตั้งเป้าให้เม็ดเงินจากตลาดสุขภาพโลกไหลลงสู่ มือเกษตรกร ชุมชนฐานราก และหมอนวดไทยโดยตรง เพื่อสร้างความมั่งคั่งและยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจไทย
การประชุม Global Wellness Summit 2026 ณ จังหวัดภูเก็ต ในครั้งนี้ จึงนับเป็นหมุดหมายสำคัญในการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมสุขภาพโลก พร้อมทั้งประกาศศักดาแบรนด์ “Thailand Wellness” บนเวทีสากลอย่างมั่นคง
ด้าน ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดประชุม Global Wellness Summit (GWS 2026) ครั้งที่ 20 ณ จังหวัดภูเก็ต ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการยกระดับห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อุตสาหกรรมเวลเนสไทยแบบครบวงจร ได้แก่ ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต ยกระดับการบริการจากที่พักทั่วไปสู่นวัตกรรม Wellness Retreat และโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพเฉพาะบุคคล (Personalized Wellness) สปา นวดไทย และศูนย์สุขภาพ: ยกระดับมาตรฐานบริการสู่ระดับสากลด้วยองค์ความรู้ Anatomy-Based เพิ่มมูลค่าและสร้างราคาต่อหัวให้สูงขึ้น อาหารและโภชนาการ (Thai Wellness Cuisine): ชูแนวคิด “อาหารเป็นยา” นำวัตถุดิบสมุนไพรและเมนูพื้นบ้านมาสร้างสรรค์เป็นรูปแบบ Fine Dining เพื่อสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Phuket Wellness Routes): เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ สปา วิถีชีวิตชุมชน และอาหารสุขภาพ พลิกโฉมภูเก็ตจาก “เมืองท่องเที่ยวชายทะเล” สู่ “เมืองหลวงแห่งสุขภาพระดับโลก” (Global Wellness Capital) นอกเหนือจากการดึงดูดนักลงทุนระดับโลก การขับเคลื่อนครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับการกระจายรายได้ สู่ท้องถิ่น โดยเชื่อมโยงความต้องการ (Demand) วัตถุดิบอินทรีย์และสมุนไพรจากสถานประกอบการชั้นนำส่งตรงไปยังเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมทั้งดันเทราพิสต์นวดไทยและชุมชนเข้าสู่ระบบการท่องเที่ยวสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม
#GlobalWellnessSummit2026 #GWS2026 #Longevity #HealthyAging #Healthspan #PrecisionMedicine #WomensHealth #Wellness #FutureOfWellness #กระทรวงสาธารณสุข
#DTAM #กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

