Thursday, June 18, 2026
Latest:
การศึกษา-ไอที

สมาคมสปาไทยจับมือภาครัฐและเอกชน วางรากฐาน Premium Thailand Wellness Ecosystem ชู “ใจ” เป็นจิตวิญญาณเชิงยุทธศาสตร์ของเวลเนสไทย สู่ระดับโลก

สมาคมสปาไทยเปิดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี เดินหน้ายกระดับการบริการ การบริหารจัดการ และระบบนิเวศของอุตสาหกรรมสปาไทย สู่การเป็น Premium Wellness Destination ระดับสากล ภายใต้แนวคิด “JAI: The Strategic Soul of Thai Wellness”

สมาคมสปาไทยเปิดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี เดินหน้ายกระดับการบริการ การบริหารจัดการ และระบบนิเวศของอุตสาหกรรมสปาไทย สู่การเป็น Premium Wellness Destination ระดับสากล ภายใต้แนวคิด “JAI: The Strategic Soul of Thai Wellness” ที่ชู “ใจ” เป็นหัวใจสำคัญของเวลเนสไทย

แนวคิดดังกล่าวมุ่งเชื่อมโยงการบริการที่ดี การบริหารที่มีประสิทธิภาพ งานวิจัย มาตรฐาน ความยั่งยืน นวัตกรรม และภาคีความร่วมมือ เพื่อสร้างขีดความสามารถใหม่ให้กับธุรกิจสปาและเวลเนสไทย พร้อมยกระดับศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลก

การขับเคลื่อนครั้งนี้นำโดย คุณสุนัย วชิรวรการ นายกสมาคมสปาไทย (TSPA) พร้อมด้วย 6 องค์กรพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ คุณเอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT), คุณชัชศรัณย์ คมน์อนันต์ Head of Ecosystem Partnership & FinLab ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย (UOB), ดร.ณฐา จันทนู รองผู้อำนวยการ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI – องค์การมหาชน), ดร.ภัททิราพร เขียวสนั่น Executive Director, Asia Pacific Spa and Wellness Coalition (APSWC), คุณสีไพร พลอยทรัพย์ ผู้ช่วยอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (DTAM) และ รศ.ดร.กนกกานต์ แก้วนุช รองคณบดีฝ่ายบริหารและกิจการนานาชาติ คณะการจัดการการท่องเที่ยว นิด้า (NIDA)

งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ Penthouse, UOB Plaza Bangkok เมื่อเร็ว ๆ นี้

แนวคิด “JAI: The Strategic Soul of Thai Wellness” หรือ “ใจ: จิตวิญญาณเชิงยุทธศาสตร์ของเวลเนสไทย” เป็นแกนกลางของการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ดังกล่าวสะท้อนทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมสปาและเวลเนสไทย จากจุดแข็งด้านบริการที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รัก ไปสู่ความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการ และระบบนิเวศความร่วมมือที่ทำให้ไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและระดับโลก ยุทธศาสตร์ครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวหรือกิจกรรมส่งเสริมการขาย แต่เป็นการวางรากฐานให้ไทยสามารถพัฒนาความเป็นเลิศด้าน Spa & Wellness Management ในฐานะระบบสำคัญที่อยู่เบื้องหลังประสบการณ์เวลเนสคุณภาพสูง ตั้งแต่การบริหารบุคลากร มาตรฐานบริการ การออกแบบประสบการณ์ การใช้ภูมิปัญญาไทยอย่างเหมาะสม การเข้าถึงทุน ไปจนถึงการเชื่อมโยงตลาดท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

นายสุนัย วชิรวราการ นายกสมาคมสปาไทย กล่าวว่า “เวลเนสไทยเริ่มต้นจาก ‘ใจ’ ใจเชื่อมกายให้เกิดสุขภาพดี เชื่อมคนให้เกิดชุมชนดี และเชื่อมธรรมชาติให้เกิดความยั่งยืน บริการที่ดีทำให้ไทยเป็นที่รัก การบริหารที่ยอดเยี่ยมทำให้ไทยแข่งขันได้ และระบบนิเวศที่แข็งแรงทำให้ไทยก้าวสู่ Premium Wellness Destination”

ยุทธศาสตร์ 5 ปีของสมาคมสปาไทยจะมุ่งเปลี่ยนบทบาทของสมาคมจากการเป็นเวทีของผู้ประกอบการ ไปสู่การเป็น Industry Translation & Implementation Platform หรือแพลตฟอร์มกลางของอุตสาหกรรมที่ช่วยแปลงนโยบาย มาตรฐาน องค์ความรู้ ภูมิปัญญาไทย งานวิจัย และโอกาสทางธุรกิจ ให้ผู้ประกอบการและนักบริหารจัดการสปาและเวลเนสนำไปใช้ได้จริง

เพื่อทำให้ “ใจ” กลายเป็นระบบปฏิบัติการของอุตสาหกรรม สมาคมสปาไทยจะใช้ THAI Framework เป็นกรอบการขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติ ประกอบด้วย Technology เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและการวัดผล, Herbs เพื่อเชื่อมภูมิปัญญาไทยกับความยั่งยืน, Aesthetic เพื่อยกระดับวัฒนธรรมและประสบการณ์เวลเนสไทยให้มีความหมาย และ Integrative Partnership เพื่อเชื่อมภาครัฐ เอกชน ภาควิชาการ สถาบันการเงิน ผู้ประกอบการ และชุมชน ให้เกิดระบบนิเวศที่ทำงานร่วมกันได้จริง

หนึ่งในแกนสำคัญของยุทธศาสตร์นี้คือการผลักดัน Spa & Wellness Management Excellence โดยเริ่มจากการยกระดับผู้ดำเนินการสปาและ Spa Manager ให้มีสมรรถนะสูงขึ้น และมีเส้นทางอาชีพต่อเนื่องสู่ Spa & Wellness Manager, Wellness Manager และ Wellness Director เพื่อให้บุคลากรด้านการบริหารสามารถเชื่อมคุณภาพบริการ ทีมงาน ประสบการณ์ลูกค้า รายได้ แบรนด์ มาตรฐาน ความยั่งยืน และความน่าเชื่อถือของธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ

สมาคมสปาไทยจะพัฒนาเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้และการเติบโตของบุคลากร เช่น Wellness Literacy, THAI CE, WCEU และ Learning Passport เพื่อช่วยให้บุคลากรมีหลักฐานการเรียนรู้ต่อเนื่อง เข้าใจขอบเขตของ wellness อย่างรับผิดชอบ และสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในการบริหารสถานประกอบการจริง โดยทำงานร่วมกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) ในการเชื่อมมาตรฐานอาชีพและสมรรถนะของนักบริหารจัดการสปาและเวลเนส

ในมิติด้านงานวิจัยและการศึกษา สมาคมสปาไทยเชื่อมความร่วมมือกับภาควิชาการ โดยเฉพาะคณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (GSTM NIDA) นำโดย รศ.ดร.กนกกานต์ แก้วนุช รองคณบดีฝ่ายบริหารและกิจการนานาชาติ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และบุคลากรระดับบริหารในอุตสาหกรรมสปาและเวลเนสไทย โดยเฉพาะการเชื่อม research-based learning เข้ากับโจทย์จริงของผู้ประกอบการ การยกระดับ Spa Manager สู่ Wellness Manager และการเปิดเส้นทางต่อยอดจาก Learning Passport ของ THAI CE สู่การศึกษาระดับปริญญาโท (CE-to-Master)

ในมิติด้านการเชื่อมต่อเครือข่ายระดับภูมิภาคและสากล สมาคมสปาไทยร่วมกับ Asia Pacific Spa and Wellness Coalition (APSWC) นำโดย ดร.ภัททิราพร เขียวสนั่น Executive Director ซึ่งเป็นองค์กรกลางที่เชื่อมสมาคมสปาและเวลเนสทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อนำมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ดีระดับสากลเข้าสู่ผู้ประกอบการไทย พร้อมจัด International Nuad Thai & Wellness Festival ร่วมกับเครือข่ายสมาคมสปาไทยในต่างประเทศอีก 9 แห่ง เพื่อเผยแพร่นวดไทยและเวลเนสไทยสู่เวทีโลก อันเป็นการวางรากฐาน soft power ของเวลเนสไทย

ในมิติด้านนวัตกรรมและการเชื่อมต่อเวทีโลก ในความร่วมมือกับ Global Wellness Summit (GWS) สมาคมสปาไทยจะจัดกิจกรรม Pitch Practice Session ในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนนักศึกษา มหาวิทยาลัย และนักนวัตกรรมรุ่นใหม่ของไทยในการเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งผลงานเข้าร่วม Shark Tank of Wellness 2026 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้ พัฒนาความพร้อมด้านการนำเสนอ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของไทยในระบบนิเวศนวัตกรรมเวลเนสระดับโลก โดยเฉพาะในปีที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ Global Wellness Summit ครั้งที่ 20 ณ จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2569

ยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะเชื่อมโยงกับภาคีสำคัญหลายมิติ ได้แก่ ภาคการท่องเที่ยวและ destination development โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT), ภาคมาตรฐานและบริการสุขภาพ, ภูมิปัญญาไทยและแพทย์แผนไทยโดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (DTAM), มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพโดย TPQI, การเข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยธนาคารยูโอบี (UOB), ภาควิชาการโดย GSTM NIDA, เครือข่ายระดับภูมิภาคโดย APSWC ตลอดจนผู้ร่วมจัดงานอุตสาหกรรมอย่าง Informa และเครือข่ายสปาและเวลเนสทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ยุทธศาสตร์ 5 ปีของสมาคมสปาไทยจะขับเคลื่อนผ่าน 6 เสาหลักที่เชื่อมโยงกัน

  1. Spa & Wellness Management Excellence ร่วมกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) และคณะการจัดการการท่องเที่ยว นิด้า (GSTM NIDA) ยกระดับสมรรถนะของผู้ดำเนินการสปาและนักบริหารจัดการสปาและเวลเนส ผ่านระบบ THAI CE, WCEU และ Learning Passport พร้อมเส้นทางอาชีพต่อเนื่องสู่ Wellness Manager และ Wellness Director รวมถึงเส้นทางต่อยอดสู่ระดับปริญญาโท (CE-to-Master)
  2. Standards, Trust & Premium Recognition สนับสนุนการประชาสัมพันธ์ภารกิจ Premium Awards ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และเชื่อมมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพกับ TPQI เพื่อส่งเสริมมาตรฐาน ความน่าเชื่อถือ และแรงจูงใจเชิงบวกในการยกระดับธุรกิจ
  3. Thai Wisdom & Soft Power ร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก (DTAM) ส่งเสริมแพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาไทย สมุนไพร และนวดไทยเข้าสู่บริบท wellness อย่างเหมาะสม มีความรับผิดชอบ และสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมยกสู่เวทีสากลผ่าน Asia Pacific Spa and Wellness Coalition (APSWC), การจัด International Nuad Thai & Wellness Festival ร่วมกับสมาคมสปาไทยในต่างประเทศอีก 9 แห่ง และการเป็นเจ้าภาพ Global Wellness Summit ครั้งที่ 20 ณ จังหวัดภูเก็ต
  4. Sustainability & Quality Tourism ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) เพื่อผลักดัน STAR และการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เชื่อมธุรกิจสปาและเวลเนสเข้ากับความยั่งยืน คุณค่าท้องถิ่น และประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวคุณภาพมองหา
  5. Capital Access & Business Growth ร่วมกับธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในการสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในภาพรวม ทั้งการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการขยายตลาด ขณะเดียวกัน ยูโอบี ฟินแล็บ หน่วยงานบ่มเพาะด้านนวัตกรรมในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ดิจิทัลและความยั่งยืน ซึ่งดำเนินงานภายใต้ธนาคารยูโอบี จะมีบทบาทในการเชื่อมโยงเครือข่ายและขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ ผ่านการเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี โซลูชัน และโครงการต่าง ๆ ที่ครอบคลุมตั้งแต่ด้านดิจิทัลไปจนถึงความยั่งยืน เพื่อเสริมความพร้อมในการปรับตัวและสร้างการเติบโตในระยะยาว ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการสปาและเวลเนสไทยในเวทีระดับสากล และทางสมาคมยังมีความร่วมมือกับ Informa ผู้ร่วมจัดงานอุตสาหกรรมสำคัญกับสมาคม อาทิ FHT และ WSWC
  6. Data, Research & Innovation ร่วมกับ GSTM NIDA ในการพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และข้อมูลเชิงลึกของอุตสาหกรรม (industry insight) พร้อมส่งเสริมนวัตกรรมเวลเนสรุ่นใหม่ผ่าน Pitch Practice Session เพื่อเตรียมนักศึกษาและนักนวัตกรรมไทยเข้าร่วม Shark Tank of Wellness 2026 ในงาน Global Wellness Summit

ยุทธศาสตร์ดังกล่าวถูกวางเป็นกรอบ 5 ปี โดยเริ่มจากแผนเร่งรัด 3 ปีแรก เพื่อสร้างระบบสนับสนุนที่จับต้องได้ ทั้งการจัดตั้งภาคีความร่วมมือ การเปิด Professional Track สำหรับนักบริหารจัดการสปาและเวลเนส การพัฒนาระบบ THAI CE และ Learning Passport การเชื่อมโยงมาตรฐานอาชีพ ความยั่งยืน แพทย์แผนไทย การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการสื่อสารประเทศไทยในฐานะ Premium Wellness Destination

ไฮไลต์เวทีเสวนา “TSPA NEXT 2026: พลิกวิกฤติ”

ภายในงานมีเวทีเสวนา “TSPA NEXT 2026: พลิกวิกฤติ” ดำเนินรายการโดยคุณสุนัย วชิรวรการ นายกสมาคมสปาไทย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้นำหลากภาคส่วน โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

คุณสถิตย์ แถลงสัตย์ (ธนาคารยูโอบี / UOB): wellness ได้กลายเป็น “กิจวัตรประจำวัน” ของคนทุกเจเนอเรชัน และเศรษฐกิจ wellness ไทยมีมูลค่าสูงถึงราว 1.4 ล้านล้านบาท ผู้ประกอบการต้องเร่งสร้าง “Emotional Value” และก้าวสู่ Experience Economy เพื่อให้ลูกค้ายอมจ่ายในราคาพรีเมียม

คุณเอิบลาภ ศรีภิรมย์ (ททท.): ชู “Healing is the New Luxury” เปลี่ยนจากท่องเที่ยวเชิงปริมาณสู่เชิงคุณภาพผ่านประสบการณ์เยียวยา 5 มิติ (5 Healing Dimensions) พร้อมส่งเสริมผู้ประกอบการเข้าร่วม STGs STAR ด้านความยั่งยืน

ดร.ภัททิราพร เขียวสนั่น (APSWC): อุตสาหกรรมกำลังเผชิญ “Management Gap” เพราะผู้จัดการสปาส่วนใหญ่เติบโตจากสายเทคนิคแต่ขาดทักษะบริหารธุรกิจ ทางออกคือ Holistic Management และความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษากับอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นทันที

คุณเปรมจิต โพธิวราพรรณ (Mspa, Minor Hotels): สปาคือ “Touch Point” สำคัญในโรงแรมที่สร้างความพึงพอใจสูงสุด ผู้บริหารสปายุคใหม่จำเป็นต้องมี Financial Literacy เช่น Capture Rate และประสิทธิภาพบุคลากร เพื่อสร้างผลกำไรที่ยั่งยืน

พญ.วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ (Vitallife): กระแส Longevity และการป้องกันโรคเติบโตมากหลังโควิด ไทยมีจุดแข็งด้านบุคลากรการแพทย์ แต่ต้องรับมือความท้าทายอย่าง PM2.5 และในยุค AI สิ่งสำคัญที่สุดคือ “Trust” และ “Human Touch” ที่พิสูจน์ผลได้จริง

คุณสุนัย วชิรวรการ สรุปทิศทางว่า ประเทศไทยต้องยกระดับจากการเป็นศูนย์กลางแรงงานฝีมือสู่ศูนย์กลางการจัดการระดับสากล “เราไม่ควรส่งออกเพียงแค่แรงงานฝีมือ แต่เราต้องส่งออกระบบการบริหารจัดการที่แข็งแกร่งของไทย” พร้อมสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงข้อมูลและมาตรฐานร่วมกัน เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ของประเทศให้ชัดเจนและทรงพลังยิ่งขึ้น

นี่จึงเป็นการเปิดภาพใหม่ของอุตสาหกรรมสปาและเวลเนสไทยในฐานะระบบนิเวศที่ต้องขับเคลื่อนร่วมกัน เพื่อให้ “ใจไทย” กลายเป็นคุณค่าที่จับต้องได้ผ่านบริการ การบริหาร มาตรฐาน ความยั่งยืน งานวิจัย นวัตกรรม และประสบการณ์เวลเนสระดับพรีเมียมที่เป็นระดับสากล

เกี่ยวกับสมาคมสปาไทย

สมาคมสปาไทย (Thai Spa Association — TSPA) ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2546 เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร (Non-Profit Organization) ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มกลางของอุตสาหกรรม เชื่อมผู้ประกอบการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมมาตรฐาน คุณภาพ ความยั่งยืน อัตลักษณ์ไทย การพัฒนาบุคลากร และขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสปาและเวลเนสไทยในระดับประเทศและสากล

ข้อมูลติดต่อสื่อ: สมาคมสปาไทย | LINE: @thaispaassociation | Email: info@thaispaassociation.com | โทร. +66 65 717 4596

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *