มวล. ผนึก 3 มรภ. เอ็มโอยูจัดตั้ง ‘อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ตอนบน’ ยกระดับนวัตกรรม-เศรษฐกิจภูมิภาคครบวงจร
มวล.ร่วมกับเครือข่าย 3 มรภ. ลงนามเอ็มโอยู จัดตั้ง “อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน” ตั้งเป้าเป็นฟันเฟืองหลักบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับขีดความสามารถผู้ประกอบการ รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน เผยรัฐหนุนงบกว่า 313 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการขับเคลื่อนการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน” ร่วมกับผู้บริหารจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ตั้งเป้าเป็นฟันเฟืองหลักบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับขีดความสามารถผู้ประกอบการ รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยมีผู้บริหารของทั้ง 4 มหาวิทยาลัยร่วมกันเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมเขาหลวง อาคารสหกิจศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวว่า การจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากภาคใต้ตอนบนมีศักยภาพสูงทั้งในด้านทรัพยากรธรรมชาติ เกษตร อาหาร สุขภาพ และการท่องเที่ยว การมีอุทยานวิทยาศาสตร์จะช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้และงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเข้ากับภาคธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ
“มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์พร้อมสนับสนุนทั้งด้านบุคลากร นักวิจัย ห้องปฏิบัติการ และเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อทำงานร่วมกับเครือข่ายทั้ง 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏ ในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม” ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าว

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มวล. ระบุว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการสร้างกลไกกลางในการสำรวจความต้องการของผู้ประกอบการและจัดทำฐานข้อมูลศักยภาพพื้นที่ เพื่อผลักดันโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจและสังคมให้เกิดขึ้นจริง
ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุรักษ์ ถุงทอง ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มวล. กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือนี้คือการรวมพลังเพื่อนำโครงสร้างพื้นฐานของมหาวิทยาลัยมาให้บริการภาคเอกชนและชุมชนอย่างเต็มรูปแบบ

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ ถือก้าวสำคัญของสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ ในการบูรณาการความร่วมมือเพื่อจัดตั้ง “อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน” โดยเป้าหมายหลักคือการร่วมกันพัฒนาข้อเสนอโครงการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน เสนอต่อกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มุ่งหวังให้เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ และสร้างความยั่งยืนให้กับภูมิภาคต่อไป
ซึ่งนอกจากความร่วมมือทางวิชาการแล้ว มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยังได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล จำนวน 313,101,700 บาท เพื่อดำเนินการก่อสร้าง “อาคารส่งเสริมผู้ประกอบการและนวัตกรรม” ซึ่งจะเป็นพื้นที่หลัก (Hub) ในการบ่มเพาะธุรกิจนวัตกรรม ให้บริการทดสอบมาตรฐาน และสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกมิติ ขณะนี้อาคารดังกล่าวมีการก่อสร้างคืบหน้าแล้วกว่า 33 % กำหนดแล้วเสร็จในปี 2570

