Thursday, October 22, 2026
Latest:
ประชาสัมพันธ์

’กระทรวงเกษตรฯ‘ เปิดมาตรการเยียวยาน้ำท่วม-เค้นงบปี 70-71 จากทุกกรมช่วยเกษตรกร เตรียมชง ครม.ของบกลางช่วยเพิ่มให้ครอบคลุมที่สุด

วันที่ 22 ตุลาคม ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุม เพื่อติดตามการเยียวยาเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยมีนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายสรวุฒิ กล่าวว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ช่วยเหลือเยียวยาประชาชน และพี่น้องเกษตรกร โดย 1.ต้องเป็นไปอย่างรวดเร็ว และโปร่งใสโดยใช้ฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรเพื่อลดขั้นตอนการเยียวยา 2.ให้ประสานกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หรือสถาบันการเงินในการพักชำระหนี้ แลจัดสินเชื่อฟื้นฟู และสินเชื่อชะลอการขาย เพื่อป้องกันวงจรหนี้นอกระบบ 3.ต้องฟื้นฟูปัจจัยการผลิตให้เร็ว และดีกว่าเดิม ทั้งการเร่งปรับปรุงดิน สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ พันธุ์สัตว์ และพันธุ์สัตว์น้ำ 4. ให้เฝ้าระวังโรคระบาดหลังน้ำลด โดยจัดทีมเชิงรุกพร้อมวัคซีนและเวชภัณฑ์ลงพื้นที่ควบคุมโรคระบาดในพืชและสัตว์ 5.วางแผนการเพาะปลูกโดยเฉพาะการทำนาปรังให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำ

นายสรวุฒิ กล่าวว่า สำหรับ การบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าด้านการเกษตร ได้มีการสั่งการให้จัดสนับสนุนเงินทุนแก่เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน และเกษตรกรชาวสวนยาง (วงเงินรวม 232.00 ล้านบาท) 1.กรมส่งเสริมสหกรณ์ ชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่สมาชิก เงินต้นไม่เกิน 300,000 บาท ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี ระยะเวลา 1 ปี ภายใต้กรอบวงเงิน 200.00 ล้านบาท 2.สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ให้สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับลูกหนี้ที่ไม่มีหนี้ค้างชำระ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี เป็นระยะเวลา 1 ปี หลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี วงเงินกู้ไม่เกิน 50,000 บาท/ปี กำหนดชำระคืนภายใน 3 ปี ภายใต้กรอบวงเงิน 20.00 ล้านบาท 3.การยางแห่งประเทศไทย ให้เงินช่วยเหลือแก่เกษตรกรชาวสวนยาง 10,536 ราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า รายละไม่เกิน 3,000 บาท กรณีเกษตรกรชาวสวนยางเสียชีวิต รายละไม่เกิน 30,000 บาท ภายใต้กรอบวงเงิน 12.00 ล้านบาท

นอกจากนี้ ให้มีการสนับสนุนปัจจัยการผลิต สิ่งของจำเป็นวงเงินรวม 112.49 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.กรมพัฒนาที่ดิน สนับสนุนผลิตภัณฑ์ พด.6 เพื่อนำบำบัดน้ำเสีย ลดกลิ่นเหม็น จำนวน 641,148 ลิตร ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 6,600 ไร่ วงเงิน 8.33 ล้านบาท (แจกจ่ายแล้ว 438,084 ลิตร) 2.กรมการส่งเสริมสหกรณ์ สนับสนุนเงินจำนวน 10.00 ล้านบาท ให้แก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เพื่อชดเชยความเสียหายของทรัพย์สิน 3.กรมประมง ผลิตพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติ 800 ล้านตัว วงเงิน 90.00 ล้านบาท 4.กรมปศุสัตว์

จัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ ให้บริการฟื้นฟูสุขภาพสัตว์ มอบเวชภัณฑ์ ยาปฏิชีวนะ ยาถ่ายพยาธิ ยาบำรุงร่างกาย ยาพ่นแผล ยาลดการอักเสบ วิตามินบำรุง บริการทำแผล ตามอาการที่ตรวจพบ จำนวน 26,000 ตัว และสนับสนุนอาหารหยาบ แบ่ง จำนวน 3,000 กิโลกรัม วงเงิน 3.71 ล้านบาท และ 5.การยางแห่งประเทศไทย

สนับสนุนปัจจัยยังชีพ กรณีครัวเรือนเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ประสบภัยพิบัติ จำนวน 1,632 ราย วงเงิน 4.51 แสนบาท

นายสรวุฒิ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนปัจจัยการผลิตและองค์ความรู้เพื่อฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรวงเงินรวมกว่า 171 ล้านบาท โดยกรมปศุสัตว์ จะสนับสนุนหญ้าแห้ง 1,000,000 กิโลกรัม, เมล็ดพันธุ์หญ้ารูซี่ 10,000 กิโลกรัม แก่เกษตรกร 6,500 ราย วงเงิน 5,250,000 บาท, กรมประมง ส่งเสริมการเลี้ยงปลานิลแปลงเพศแก่เกษตรกร 4,720 ราย วงเงินกว่า 11 ล้านบาท, กรมหม่อนไหม ฝึกอบรมและฟื้นฟูอาชีพหม่อนไหมให้กับเกษตรกร 80 ราย พร้อมสำรองต้นพันธุ์หม่อน 250,000 ต้น และไข่ไหมพันธุ์ดี 10,000 แผ่น วงเงิน 2,170,000 บาท, กรมส่งเสริมการเกษตร สนับสนุนชีวภัณฑ์สำหรับใช้ฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรหลังน้ำลด 53,000 ขวด พร้อมสนับสนุนพืชพันธุ์ดี เช่น ต้นพันธุ์พืชผัก พืชอาหาร พันธุ์พืชเศรษฐกิจอายุสั้น พันธุ์พืชเศรษฐกิจจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 3,682,000 ต้น และสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ผัก 540,000 ซอง ให้แก่เกษตรกร 231,037 ราย วงเงิน 13.94 ล้านบาท

ขณะที่ กรมวิชาการเกษตร ยังจะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชไร่ พืชสวน 30,770 กิโลกรัม สนับสนุนปุ๋ยชีวภาพ 55,100 ถุง แหนแดง 10,000 กิโลกรัม ไส้เดือนฝอยศัตรูแมลง 50 กระป๋อง เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี 100 ลิตร และชีวภัณฑ์ เช่น ไวรัส NPV เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย รวม 80 กิโลกรัม แบ้งเป็น 125 ลิตร 50 กระป๋อง และ300 ซอง ให้แก่เกษตรกร 9,830 ราย วงเงิน 4,540,000 บาท, กรมพัฒนาที่ดิน ดำเนินโครงการป้องกันฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่อการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน วงเงิน 133.63 ล้านบาท

“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ทุกหน่วยงานไปพิจารณางบประมาณเพิ่มเติม เพื่อการเยียวยา และช่วยเหลือเกษตรกรเพิ่มเติม เบื้องต้นมีการพิจารณางบประมาณจากมาตรการการเยียวยาเดิม รวมถึงการพิจารณาจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 และปี 2571 เพิ่มเติม จากทุกกรมในกระทรวงฯตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตรงนี้ได้มอบหมายหน่วยงานในพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหาย และตรวจสอบคุณสมบัติของเกษตรกร พร้อมเร่งจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง นำเสนอคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) และคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) พิจารณาให้ความช่วยเหลือ โดยมีเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายรวม 52,832 ราย กระทรวงจะขออนุมัติงบกลางล็อตแรกวงเงิน 1,575.79 ล้านบาท และจะดำเนินการขออนุมัติงบกลางหลังน้ำลดประมาณสิ้นเดือนพฤศจิกายน 69 นี้อีกล็อตหนึ่งเพื่อช่วยพี่น้องเกษตรกรเบื้องต้น 3,000 บาทต่อครัวเรือน ให้ครอบคลุมที่สุด ดังนั้น ขอให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำงานเชิงรุก เร่งสำรวจและประเมินความเสียหายอย่างละเอียดครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร โดยใช้ฐานข้อมูลเกษตรกรที่มีอยู่เป็นจุดเริ่มต้น ควบคู่กับการลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริง ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบาย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ หัวใจสำคัญของการช่วยเหลือครั้งนี้ คือต้องไม่ให้เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจริงตกหล่นจากระบบการช่วยเหลือของภาครัฐ เพียงเพราะไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร ต้องทำให้มั่นใจว่าประชาชนและเกษตรกรทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อนจริง จะได้รับการพิจารณาช่วยเหลืออย่างทั่วถึง และไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง“ นายสรวุฒิ กล่าว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *