ปลดล็อคโอกาสทางธุรกิจด้วย AI และความหลากหลายทางชีวภาพ
คำถามสำคัญในวันนี้คือ สามารถเปลี่ยน “ธรรมชาติ” ให้เป็น “ทุนทางธรรมชาติที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ” ได้อย่างไร เมื่อในยุคเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) ข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพไม่ได้เป็นเพียงสถิติเพื่อการอนุรักษ์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “ขุมทรัพย์ใหม่” ทางธุรกิจ เมื่อผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ และภาคธุรกิจถูกเรียกร้องให้รับผิดชอบต่อระบบนิเวศมากขึ้น
อุปสรรคของการค้นหาและสร้างมูลค่า อาจไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทยขาดทรัพยากร แต่อยู่ที่การ “ค้นหาให้เจอ” เพราะข้อมูลทรัพยากรชีวภาพกระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงาน สถาบันการศึกษา และชุมชนจำนวนมาก ผู้ประกอบการที่ต้องการต่อยอดผลิตภัณฑ์และหาแหล่งวัตถุดิบมักไม่ทราบว่าจะเริ่มค้นหาจากที่ใด นักวิจัยต้องใช้เวลานานรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน ขณะที่ผู้กำหนดนโยบายต้องการภาพรวมที่ตัดสินใจได้ทันสถานการณ์ ซึ่งไม่มีหน่วยงานใดทำได้เพียงลำพัง จึงเป็นที่มาของการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ

จากโจทย์ดังกล่าว สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงพัฒนาระบบบริการข้อมูลเศรษฐกิจชีวภาพไทยด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายใต้หลักธรรมาภิบาล เพื่อเปลี่ยนจากชุดข้อมูลที่มีจำนวนมากให้เข้าถึงได้ ค้นหาได้ เชื่อมโยงข้อมูลได้และช่วยตัดสินใจได้ พร้อมโชว์การค้นหาผ่าน AI Chat BOT ในงาน “ Unlocking the Value of Biodiversity : ถอดรหัสสร้างมูลค่าความหลากหลายทางชีวภาพด้วย AI” โดยมี ดร.ธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการ BEDO เป็นประธานเปิดงาน พร้อม คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 100 คน ณ ทรูดิจิทัลพาร์ค กรุงเทพฯ
หัวใจของระบบ BIOECONAI คือ ฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพที่ BEDO สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการค้นหา “ของดี” จากความหลากหลายทางชีวภาพในแต่ละท้องถิ่น ร่วมกับนักวิชาการจัดทำบัญชีรายการทรัพยากรชีวภาพ ข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น ข้อมูลเศรษฐกิจ องค์ความรู้ออนไลน์ และข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ ก่อนพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลขึ้นเป็นเครื่องมือจัดเก็บและประมวลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์

ดร.ธนิต ชังถาวร ได้ย้ำว่า BEDO มุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ตั้งแต่สนับสนุนให้มีการนำความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นอันเป็นจุดแข็งของประเทศมาใช้ในเกิดมูลค่าสูงสุดควบคู่ไปกับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน โดยไม่ลืมการมีส่วนร่วมและแบ่งปันคุณค่าไปพร้อมกับชุมชนท้องถิ่น การเผยแพร่ระบบในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวเครื่องมือใหม่ แต่เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญที่จะทำให้ข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพถูกนำไปใช้ได้จริง และนำไปสู่การขยายเครือข่ายด้านข้อมูลให้กว้างขวางยิ่งขึ้นในปีต่อไปและที่สำคัญเครื่องมือและฐานข้อมูลนี้ยังจะเป็นฐานสำคัญที่เราจะใช้เป็นจุดเปลี่ยนที่มุ่งสู่ Nature Positive

