รณรงค์วันไตโลก 2569 ชวนคนไทยคัดกรองความเสี่ยง รู้ทันโรคไต ป้องกันก่อนป่วย
เครือข่ายลดบริโภคเค็ม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมรณรงค์ “วันไตโลก ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “คัดกรองป้องกัน รู้ทันโรคไต ใส่ใจรักษ์โลก” (Kidney Health For All-Caring for People, Protecting the Planet) เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคไตเรื้อรังและส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจคัดกรองความเสี่ยงได้มากขึ้น
ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้ร่วมกับกรมควบคุมโรค เครือข่ายลดบริโภคเค็ม สมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เรื่องโรคไตเรื้อรังแก่ประชาชน พร้อมส่งเสริมให้กลุ่มเสี่ยงได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและผู้สูงอายุ เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคไตเรื้อรัง เพื่อค้นหาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในระยะเริ่มต้นให้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม รวมถึงส่งเสริมให้ประชาชนปรับพฤติกรรมสุขภาพ ทั้งการบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิต ตลอดจนการใช้ยาและสมุนไพรอย่างสมเหตุสมผลและปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง

ด้าน นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังทุกระยะเพิ่มจาก 1,046,072 คน ในปี 2566 เป็น 1,145,586 คน และในปี 2568 ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยระยะที่ 3 มากกว่า 670,000 คน ระยะที่ 4 กว่า 186,000 คน และระยะที่ 5 มากกว่า 100,000 คน สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจและส่งเสริมการป้องกันโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยประชาชนจะต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของตนเอง โดยมุ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคไตเรื้อรัง ซึ่งหากไม่ได้รับการป้องกันและดูแลอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะไตวายและต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลต่อระบบบริการสาธารณสุขของประเทศ
ด้านรศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็มกล่าวว่า ในทุก ๆ ปี ประเทศไทยจะมีการจัดงานวันไตโลกทุกวันพฤหัสบดีที่ 2 เดือนมีนาคมของทุกปี โดยในปีนี้จัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 ตามสถานพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อต้องการให้ประชาชนได้ตรวจคัดกรองสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยค้นหาความเสี่ยงของโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และได้กำหนดคำขวัญการรณรงค์ว่า “คัดกรองป้องกัน รู้ทันโรคไต ใส่ใจรักษ์โลก” เพื่อเน้นย้ำให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและการตรวจคัดกรองโรคไตเรื้อรัง ปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยโรคไตทั่วโลกกว่า 780 ล้านคน ทำให้โรคไตเรื้อรัง จึงเป็นภาวะที่อันตรายทำให้เกิดความทุกข์ทรมานอย่างมาก ส่วนหนึ่งของโรคไตเรื้อรังเกิดจากไตวายเฉียบพลันมาก่อน ในประเทศที่กำลังพัฒนาจะพบภาวะไตวายเฉียบพลันได้บ่อย สาเหตุเกิดจากการเสียสารน้ำและการรับประทานยาแก้ปวด ส่วนปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดไตวายเรื้อรังได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน รวมทั้งการติดเชื้อบางชนิด เช่น เอชไอวี , ตับอักเสบ การเป็นโรคไตตั้งแต่เด็ก ก็ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคไตเรื้อรังในผู้ใหญ่ได้

วันไตโลกปีนี้ เน้นถึงภาวะโรคไตเรื้อรังและส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจคัดกรองความเสี่ยง เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การเลือกรับประทานอาหาร ดื่มน้ำสะอาด ออกกำลังกาย ลดการบริโภคเค็ม งดดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ซึ่งจะช่วยป้องกันและชะลอการเสื่อมของไตได้ การลดความเค็มในอาหารจะลดการเกิดโรคที่เกิดจากการบริโภคโซเดียมเกินได้ เช่น โรคไต โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต คนไทยติดการบริโภคหวานและเค็ม ผู้ที่เป็นเบาหวานเอง มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไตสูงอยู่แล้ว ดังนั้นผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงต้องระมัดระวัง ลดการบริโภคอาหารหวานมันเค็มลง โดยตัวอย่างอาหารที่มีโซเดียมสูง ได้แก่ น้ำปลา เกลือ ซีอิ๊ว ผงปรุงรส ซอสปรุงรส ซุปก้อน จะมีโซเดียมเป็นส่วนประกอบทำให้เค็ม ส่วนผงฟูที่ใส่ในเบเกอรี่ ก็มีความเค็มเช่นกัน ส่วนในอาหารสำเร็จรูป เช่น ไส้กรอก แหนม จะมีสารกันบูด ซึ่งมีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ น้ำแกง น้ำซุป มักใช้ซุปก้อนและมักปรุงให้มีรสเค็มจึงควรหลีกเลี่ยง ส่วนขนมขบเคี้ยว มักจะมีเกลือมาก ควรลดขนมกรุบกรอบซึ่งมีความหวานเค็มเช่นกัน
สำหรับการเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อ “คัดกรองป้องกัน รู้ทันโรคไต ใส่ใจรักษ์โลก” นั้น พล.อ.ท.นพ.อนุตตร จิตตินันทน์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า 8 กฎทองในการป้องกันโรคไตให้ได้อย่างได้ผล ประกอบด้วย 1.ต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 2.ลดการรับประทานอาหาร หวาน มัน เค็ม 3.ดื่มน้ำที่สะอาดอย่างพอเพียง 3.ป้องกันระมัดระวังมลภาวะต่าง ๆ เช่น ฝุ่นละออง PM2.5 4.ควบคุมการเป็นเบาหวานและหมั่นตรวจความดันอย่างสม่ำเสมอ 5.งดสูบบุหรี่ 6.ไม่ควรรับประทานยาแก้ปวด 7.งดการบริโภคสมุนไพร และ 8.หมั่นตรวจการทำงานของไต โดยเริ่มตั้งแต่อายุ 45 ปีเป็นต้นไป ส่วน พญ.สุธี สฤษฎ์ศิริ ผู้อำนวยการกองสร้างเสริมสุขภาพ กรุงเทพมหานคร กล่าวทิ้งท้ายว่า ณ ปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ป่วยด้วยโรคไตวาย (2569) จำนวน 106,883 คน มีผู้รับประทานหวานสูงขึ้น คิดเป็น 47.8% ทานเค็มมากขึ้น 25.5% และรับประทานกะทิ (มัน) เพิ่มขึ้น 46.9% แต่ทั้งนี้ในส่วนของปริมาณผู้สูบบุหรี่/ดื่มแอลกอฮอล์ มีจำนวนลดลงเล็กน้อย

