ปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. ลงพื้นที่ภาคเหนือ ดึงสถาบันอุดมศึกษาร่วมผนึกกำลังสร้างระบบกำกับดูแลนิวเคลียร์ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ชูเป้าหมาย “นิวเคลียร์เพื่อสันติ” สู่ความเชื่อมั่นระดับสากล
นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ และรักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (Safeguards) ประจำปี 2569” ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ครั้งที่ 1 ณ โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ และผู้แทนจากสถาบันอุดมศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ เข้าร่วมการฝึกอบรม เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและความร่วมมือด้านการกำกับดูแลทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศ

นายแพทย์รุ่งเรือง กล่าวว่า “ปส. ให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์และรังสีของประเทศไทยให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติสากล โดยเฉพาะการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ (Nuclear Safeguards) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาคมโลกว่าการใช้ประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศไทยเป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้อง และเพื่อสันติ ทั้งนี้ การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสถาบันอุดมศึกษา ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาระบบการกำกับดูแลของประเทศให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน”

สนง.ปรมาณูเพื่อสันติ กำหนดจัดฝึกอบรมรวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์แก่สถาบันอุดมศึกษาอย่างทั่วถึง โดยหลังจากภาคเหนือ (เชียงใหม่) แล้ว มีกำหนดการเดินหน้าต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ จังหวัดสงขลา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น และภาคกลาง ณ กรุงเทพมหานคร ตามลำดับ เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ให้ครอบคลุมในทุกภูมิภาคของประเทศ

การฝึกอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้และความตระหนักในประเด็นสำคัญ ได้แก่ กฎกระทรวงการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ การรายงานปริมาณวัสดุนิวเคลียร์ และการแจ้งข้อมูลการวิจัยและพัฒนาวัฏจักรเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ไม่ใช้วัสดุนิวเคลียร์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ มุมมอง และข้อเสนอแนะระหว่างสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติและสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของประเทศให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว


